
เปิดเครื่องฟอกอากาศพร้อมเครื่องฆ่าเชื้อโรคได้ไหม?
หลายคนสงสัยว่าเปิดเครื่องฟอกอากาศพร้อมเครื่องฆ่าเชื้อโรคได้ไหม เมื่อต้องการอากาศที่สะอาดและปลอดเชื้อในเวลาเดียวกัน คำตอบคือ ได้ แต่ต้องเข้าใจหลักการทำงานที่แตกต่างกันของแต่ละเครื่อง และรู้วิธีการใช้งานที่ถูกต้องเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดโดยไม่เกิดการรบกวนกัน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับครอบครัวและผู้ที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ
ทำความรู้จักหลักการทำงานที่แตกต่าง เครื่องฟอกอากาศ vs. เครื่องฆ่าเชื้อโรค
การเข้าใจความแตกต่างระหว่างเครื่องฟอกอากาศและเครื่องฆ่าเชื้อโรคจะช่วยให้เราใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากแต่ละเครื่องมีบทบาทหน้าที่ที่เสริมกันอย่างลงตัว

เครื่องฟอกอากาศ “ดักจับ” สิ่งปนเปื้อนในอากาศ
เครื่องฟอกอากาศทำงานตามหลักการดูดอากาศเข้าเครื่องแล้วผ่านระบบแผ่นกรองหลายชั้นและ Carbon Filter ที่ช่วยดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์และสารก่อภูมิแพ้ต่างๆ แต่เครื่องฟอกอากาศมีข้อจำกัดสำคัญ คือ ไม่สามารถทำลายเชื้อโรคได้ แต่เพียงกักเก็บไว้ในแผ่นกรอง (ล้างไม่ได้) ซึ่งกลายเป็น “แหล่งเพาะเชื้อ” ภายในตัวเครื่อง การเปลี่ยนแผ่นกรองจึงเป็นจุดเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อ เนื่องจากแผ่นกรองที่เต็มไปด้วยเชื้อโรคกลายเป็น “ขยะติดเชื้อ” ที่อันตรายต่อผู้ใช้งาน

เครื่องฆ่าเชื้อโรค: “ทำลาย” เชื้อโรคที่ลอยในอากาศ
เครื่องฆ่าเชื้อโรคโดยทั่วไปมีหลักการทำงานที่แตกต่างจากเครื่องฟอกอากาศอย่างสิ้นเชิง โดยเน้นการ “พ่นและทำลาย” เชื้อโรคในพื้นที่โดยตรง แทนที่จะดูดอากาศเข้าเครื่อง เครื่องฆ่าเชื้อโรคจะปล่อยสารหรือพลังงานออกมาเพื่อกำจัดเชื้อโรคทั้งในอากาศและบนพื้นผิววัตถุต่างๆ การทำงานแบบนี้ทำให้สามารถเข้าถึงซอกมุมต่างๆ ที่เครื่องฟอกอากาศไม่สามารถดูดอากาศเข้าไปกรองได้ เช่น ใต้โต๊ะ หลังตู้ หรือในเสื้อผ้าที่แขวนอยู่
เครื่องฆ่าเชื้อโรคในอากาศอย่าง Wellis Air ใช้เทคโนโลยีพ่นประจุ Hydroxyl (OH-) ที่สามารถทำลายโครงสร้างของเชื้อโรค ไวรัส และแบคทีเรียได้อย่างตรงจุด ประจุไฮดรอกซิลนี้จะเข้าสลายเยื่อหุ้มชั้นนอกของเชื้อโรคทั้งในอากาศและบนพื้นผิววัตถุต่างๆ เช่น เฟอร์นิเจอร์ เสื้อผ้า และเอกสาร โดยไม่ทิ้งสารตกค้างที่เป็นอันตราย
ข้อดีของการใช้งานร่วมกัน
การใช้งานเครื่องฟอกอากาศพร้อมเครื่องฆ่าเชื้อโรคจะให้ประสิทธิภาพการทำความสะอาดอากาศที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น
เพิ่มประสิทธิภาพการทำความสะอาดอากาศแบบทวีคูณ
เมื่อใช้งานร่วมกัน เครื่องฟอกอากาศจะทำหน้าที่ดักจับฝุ่นละออง สารก่อภูมิแพ้ และกลิ่นต่างๆ ส่วนเครื่องฆ่าเชื้อโรคจะทำลายเชื้อโรคที่เหลืออยู่ในอากาศและบนพื้นผิว ทำให้ได้อากาศที่สะอาดและปลอดเชื้อในระดับสูงสุด ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่มีภูมิแพ้หรือระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
จัดการได้ทั้งสิ่งไม่มีชีวิต (ฝุ่น) และสิ่งมีชีวิต (เชื้อโรค)
การทำงานแบบครอบคลุมนี้ช่วยให้สามารถจัดการปัญหาอากาศได้อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นที่เป็นอันตรายต่อระบบหายใจ หรือเชื้อโรคต่างๆ เช่น COVID-19, RSV, Rotavirus, SARS, MERS, ไข้หวัดใหญ่ทุกสายพันธ์, เชื้อที่ทำให้เกิดโรคมือเท้าปากเปื่อย และเชื้อโรคอื่นๆ ซึ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับสถานพยาบาล โรงเรียน และบ้านที่มีเด็กเล็ก
ลดความเสี่ยงของเชื้อโรคที่อาจสะสมบนแผ่นกรอง
เมื่อใช้เครื่องฆ่าเชื้อโรคร่วมด้วย จะช่วยทำลายเชื้อโรคที่อาจรอดชีวิตและสะสมอยู่ในแผ่นกรองของเครื่องฟอกอากาศ ลดความเสี่ยงการติดเชื้อขณะเปลี่ยนแผ่นกรอง และป้องกันการกลายเป็น “ขยะติดเชื้อ” ภายในบ้าน
ข้อควรระวังที่สำคัญ
แม้ว่าการใช้งานร่วมกันจะปลอดภัย แต่ควรระวังการวางตำแหน่งเครื่อง โดยให้วางห่างกันในทิศทางตรงข้าม เพื่อป้องกันเครื่องฟอกอากาศดูดประจุไฮดรอกซิลเข้าเครื่อง ซึ่งอาจลดประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อ นอกจากนี้ ควรเลือกเครื่องที่ได้มาตรฐานความปลอดภัย อย่าง Wellis Air ที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (US FDA) รวมถึงการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก. 60335 เล่ม 2(65)-2564) ของประเทศไทย และสหภาพยุโรป (CE Certificate)
เคล็ดลับการใช้งานให้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด
การใช้งานเครื่องฟอกอากาศพร้อมเครื่องฆ่าเชื้อโรคต้องมีการวางแผนที่เหมาะสม
การเลือกซื้อ (ตามขนาดห้อง และมาตรฐานความปลอดภัย)
ควรเลือกเครื่องให้เหมาะกับขนาดพื้นที่ เช่น เครื่อง Wellis Air 1 เครื่องสามารถครอบคลุมพื้นที่ 50-100 ตารางเมตร ขึ้นอยู่กับจำนวนคนในห้องและความถี่การเข้าออก สำหรับสถานที่ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น คลินิก ควรใช้อัตราส่วน 1 เครื่องต่อ 50 ตารางเมตร
การจัดวางตำแหน่ง
ตำแหน่งการวางเครื่องฆ่าเชื้อโรคไว้กลางห้องในระดับโต๊ะ เพื่อให้ประจุกระจายได้ทั่วห้อง ส่วนเครื่องฟอกอากาศควรวางในตำแหน่งที่ตรงข้ามกัน หลีกเลี่ยงการวางใกล้หน้าต่างหรือประตูที่เปิดทิ้งไว้ เพื่อป้องกันประจุลอยออกนอกห้อง
การบำรุงรักษา
เครื่องฟอกอากาศต้องเปลี่ยนแผ่นกรองตามกำหนด ส่วนเครื่องฆ่าเชื้อโรคอย่าง Wellis Air ที่ใช้ประจุ Hydroxyl ควรเปลี่ยนตลับน้ำยาทุก 90 วันแม้จะมีน้ำยาเหลืออยู่ เพื่อรักษาประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อ และเช็ดทำความสะอาดตัวเครื่องด้วยผ้าชุบน้ำเปล่าทุกสัปดาห์
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
จำเป็นต้องเปิดทั้งสองเครื่องตลอด 24 ชั่วโมงหรือไม่?
แนะนำให้เปิดเครื่องฆ่าเชื้อโรค Wellis Air ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อการป้องกันต่อเนื่อง เนื่องจากใช้ไฟเพียงประมาณ 20 บาทต่อเดือน ส่วนเครื่องฟอกอากาศสามารถเปิดตามความจำเป็น โดยเฉพาะช่วงที่มีฝุ่นหรือกลิ่นมาก
เหมาะกับใครเป็นพิเศษ?
เหมาะสำหรับผู้ที่มีภูมิแพ้ บ้านที่มีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ ผู้ที่เลี้ยงสัตว์ บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ที่ต้องการอากาศที่สะอาดและปลอดเชื้อในระดับสูง
สรุปบทความ
การเปิดเครื่องฟอกอากาศพร้อมเครื่องฆ่าเชื้อโรคไม่เพียงทำได้ แต่ยังให้ประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างมาก เมื่อใช้งานอย่างถูกต้องตามหลักการและข้อแนะนำ จะได้อากาศที่สะอาด ปลอดเชื้อ และปลอดภัยสำหรับทุกคนในครอบครัว การลงทุนในคุณภาพอากาศคือการลงทุนในสุขภาพระยะยาว
ติดต่อรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญหรือเลือกซื้อ Wellis Air ได้แล้ววันนี้
Line OA: @wellisthailand
Facebook: Wellis Thailand Official
Messenger: Wellis Thailand Official
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: 081-559-8555