รู้จักเชื้อดื้อยา สาเหตุ อาการ และวิธีรักษาป้องกัน

MRSA คืออะไร? รู้จักเชื้อดื้อยา สาเหตุ อาการ และวิธีรักษาป้องกันต้อง

ในยุคปัจจุบันที่การติดเชื้อโรคต่างๆ กลายเป็นปัญหาสำคัญในวงการแพทย์ MRSA คือหนึ่งในเชื้อแบคทีเรียที่น่ากังวลมากที่สุด เนื่องจากความสามารถในการดื้อต่อยาปฏิชีวนะหลายชนิด การเข้าใจเกี่ยวกับ MRSA คือ เชื้ออะไร จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคน โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ดูแลผู้ป่วย และคนทั่วไป เพื่อป้องกันการแพร่กระจายและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ

เชื้อ MRSA คือเชื้ออะไร

เชื้อ MRSA คือเชื้ออะไร?

MRSA คือเชื้อแบคทีเรีย Staphylococcus aureus ที่มีความดื้อต่อยาปฏิชีวนะ Methicillin และยาในกลุ่ม Beta-lactam อื่นๆ ชื่อเต็มของ MRSA ย่อมาจาก Methicillin-Resistant Staphylococcus aureus ซึ่งเป็นการดัดแปลงพันธุกรรมที่ทำให้เชื้อนี้สามารถต้านทานต่อยาปฏิชีวนะที่ใช้รักษาเชื้อ Staph ทั่วไปได้

เชื้อ MRSA นี้มีลักษณะพิเศษคือมีความสามารถในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างโปรตีนที่จับกับยาปฏิชีวนะ ทำให้ยาไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามรายงานของ Centers for Disease Control and Prevention (CDC) พบว่าเชื้อ MRSA เป็นสาเหตุของการติดเชื้อในโรงพยาบาลและชุมชนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การทำความเข้าใจว่า MRSA คือเชื้ออะไร จะช่วยให้เราสามารถวางแผนการป้องกันได้อย่างเหมาะสม เชื้อนี้สามารถอยู่รอดได้นานบนพื้นผิวต่างๆ และสามารถแพร่กระจายผ่านการสัมผัสโดยตรงหรือผ่านวัตถุที่ปนเปื้อน

เชื้อ MRSA ติดต่อได้อย่างไร และมีสาเหตุจากอะไร?

การแพร่กระจายของเชื้อ MRSA เกิดขึ้นได้หลายทาง โดยส่วนใหญ่เกิดจากการสัมผัสโดยตรงกับผู้ที่ติดเชื้อหรือเป็นพาหะของเชื้อ การใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ร่วมกัน หรือการสัมผัสพื้นผิวที่ปนเปื้อนเชื้อ เช่น ราวจับ โต๊ะ เตียง หรือผ้าเช็ดตัวในสถานพยาบาล

สาเหตุหลักของการเกิดเชื้อ MRSA มาจากการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่เหมาะสม การไม่กินยาให้ครบตามที่แพทย์สั่ง หรือการใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น ทำให้เชื้อแบคทีเรียปรับตัวและพัฒนาความดื้อต่อยา

ปัจจัยเสี่ยงหลักที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ

ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญในการติดเชื้อ MRSA ได้แก่ การเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเป็นระยะเวลานาน การมีแผลเปิดหรือการผ่าตัด การใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่แทรกเข้าในร่างกาย เช่น สายสวนปัสสาวะ หรือสายให้น้ำเกลือ การมีโรคประจำตัวที่ทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ และการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีการใช้ยาปฏิชีวนะบ่อยครั้ง

โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับผิวหนัง เช่น ภูมิแพ้ผิวหนัง โรคหลอดลมอักเสบ หรือโรคลมพิษ ซึ่งมักมีการอักเสบและแผลที่ผิวหนังเป็นช่องทางให้เชื้อ MRSA เข้าสู่ร่างกาย การที่ผิวหนังมีความบอบบางหรือมีแผลเรื้อรังจะเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อได้อย่างมากเมื่อสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมที่มีเชื้อ

อาการของการติดเชื้อ MRSA เป็นอย่างไร? สัญญาณที่ควรสังเกต

การติดเชื้อ MRSA มีอาการที่หลากหลายขึ้นอยู่กับตำแหน่งและความรุนแรงของการติดเชื้อ ในระยะเริ่มต้น อาการอาจไม่รุนแรงและคล้ายกับการติดเชื้อแบคทีเรียทั่วไป แต่หากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม อาการจะรุนแรงขึ้นและอาจแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ

อาการเบื้องต้นที่ควรสังเกตได้แก่ การมีไข้ ความเจ็บปวดบริเวณที่ติดเชื้อ การอักเสบและบวมแดง การมีหนองหรือของเหลวไหลออกจากแผล และอาการเหนื่อยล้าผิดปกติ ตามข้อมูลจาก World Health Organization (WHO) การรู้จักอาการเหล่านี้จะช่วยให้ได้รับการรักษาที่รวดเร็วและเหมาะสม

อาการที่ผิวหนัง 

การติดเชื้อ MRSA ที่ผิวหนังมักเริ่มต้นด้วยลักษณะคล้ายฝีหรือตุ่มหนองที่มีขนาดเล็ก บริเวณรอบๆ จะมีการอักเสบ บวมแดง และอาจมีความร้อน ในบางกรณีอาจดูคล้ายกับรอยแมลงกัดหรือผื่นคันธรรมดา ทำให้ผู้ป่วยมักไม่ให้ความสำคัญในระยะแรก

ลักษณะเฉพาะของแผลติดเชื้อ MRSA คือมีการสะสมของหนองสีเหลืองหรือเขียว มีกลิ่นเหม็นเป็นพิเศษ และมักไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะทั่วไป หากสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจและรักษาที่เหมาะสม

อาการของการติดเชื้อที่รุนแรงและลุกลาม

เมื่อเชื้อ MRSA แพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือดหรืออวัยวะภายใน จะกลายเป็น Invasive MRSA ซึ่งมีอาการรุนแรงมาก ผู้ป่วยจะมีไข้สูง หนาวสั่น ความดันโลหิตต่ำ หายใจเร็วและแรง อาการสับสนหรือเซื่องซึม และอาจมีอาการช็อกจากการติดเชื้อ

การติดเชื้อแบบ Invasive นี้สามารถเกิดขึ้นได้ในอวัยวะต่างๆ เช่น ปอด (ปอดบวม) หัวใจ (เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ) กระดูกและข้อ (กระดูกอักเสบ) หรือระบบประสาท (เยื่อหุ้มสมองอักเสบ) อาการเหล่านี้ต้องการการรักษาแบบฉุกเฉินและอาจต้องรักษาในโรงพยาบาลเป็นระยะเวลานาน

ใครคือกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อ MRSA บ้าง?

กลุ่มเสี่ยงสูงในการติดเชื้อ MRSA ได้แก่ผู้ป่วยในโรงพยาบาล โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) ผู้ป่วยที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ผู้ป่วยหลังผ่าตัดใหญ่ ผู้ป่วยที่มีแผลไหม้รุนแรง และผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะเป็นระยะเวลานาน

นอกเหนือจากสภาพแวดล้อมในโรงพยาบาล กลุ่มเสี่ยงยังรวมถึงผู้สูงอายุในสถานดูแลระยะยาว นักกีฬาที่มีการบาดเจ็บที่ผิวหนังบ่อยครั้ง ผู้ที่ใช้ยาเสพติดด้วยการฉีด และผู้ที่อาศัยในชุมชนแออัดหรือสถานที่ที่มีสุขอนามัยไม่ดี

ตามข้อมูลจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่าการระบาดของเชื้อ MRSA ในโรงพยาบาลไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องมีการเฝ้าระวังและป้องกันอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงสูงเหล่านี้

วิธีป้องกันการติดเชื้อและการแพร่กระจายของเชื้อ MRSA ที่ทุกคนทำได้

วิธีป้องกันการติดเชื้อและการแพร่กระจายของเชื้อ MRSA ที่ทุกคนทำได้

การป้องกันการติดเชื้อ MRSA เริ่มต้นจากการล้างมืออย่างถูกต้องและสม่ำเสมอด้วยสบู่และน้ำอย่างน้อย 20 วินาที หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ความเข้มข้น 70% ขึ้นไป การรักษาความสะอาดของแผลและการปิดแผลให้มิดชิด การหลีกเลี่ยงการแบ่งปันสิ่งของส่วนตัว เช่น ผ้าเช็ดตัว แปรงสีฟัน หรือใบมีดโกน

ในสภาพแวดล้อมทางการแพทย์ การใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) อย่างถูกต้อง การทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ และการแยกผู้ป่วยติดเชื้อออกจากผู้ป่วยอื่นเป็นมาตรการสำคัญ

สำหรับสภาพแวดล้อมที่ต้องการความสะอาดสูง การใช้เทคโนโลยีฆ่าเชื้อขั้นสูงเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะเครื่องฆ่าเชื้อโรคในอากาศ Wellis Air ที่ใช้เทคโนโลยีประจุไฮดรอกซิล (Hydroxyl) ที่ได้รับการรับรองความปลอดภัยและประสิทธิภาพจาก US FDA สามารถกำจัดเชื้อ MRSA ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก. 60335 เล่ม 2(65)-2564) ของประเทศไทย และสหภาพยุโรป (CE Certificate) นอกจากนี้การปกกันยังครอบคลุมพื้นที่ได้มากถึง 50-100 ตารางเมตร

เครื่อง Wellis Air มีความโดดเด่นในการทำงานตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องพักเครื่อง ปลอดภัยต่อทารกแรกเกิด เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และสัตว์เลี้ยง จึงเหมาะสำหรับการใช้งานในโรงพยาบาล คลินิก ห้องเด็กแรกเกิด ห้อง ICU และสถานที่ที่มีผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงสูง ซึ่งเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อ MRSA รวมถึง COVID-19, RSV, Rotavirus, SARS, MERS, ไข้หวัดใหญ่ทุกสายพันธ์, เชื้อที่ทำให้เกิดโรคมือเท้าปากเปื่อย และเชื้อโรคอื่นๆ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเชื้อ MRSA

เชื้อ MRSA อันตรายถึงชีวิตหรือไม่?

เชื้อ MRSA สามารถเป็นอันตรายถึงชีวิตได้หากรักษาล่าช้า โดยเฉพาะเมื่อเชื้อแพร่เข้าสู่กระแสเลือด อัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 10-30% ขึ้นอยู่กับสุขภาพผู้ป่วยและความรวดเร็วในการรักษา

รักษาให้หายขาดได้ไหม?

รักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะเฉพาะ เช่น Vancomycin, Linezolid หรือ Daptomycin ใช้เวลานานกว่าเชื้อทั่วไป ความสำเร็จขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยที่รวดเร็วและการให้ยาที่เหมาะสม

จำเป็นต้องแยกตัวจากคนอื่นหรือไม่?

ในโรงพยาบาลต้องแยกห้องและใช้อุปกรณ์ป้องกัน สำหรับการติดเชื้อที่ผิวหนังในชุมชน หากแผลปิดมิดชิดและได้รับการรักษาแล้ว สามารถใช้ชีวิตปกติได้โดยรักษาสุขอนามัยเข้มงวด

สรุปบทความ

การเข้าใจว่า MRSA คือเชื้อแบคทีเรียดื้อยาที่มีความอันตรายสูง และ MRSA คือเชื้ออะไรที่ต้องการการดูแลรักษาเป็นพิเศษ จะช่วยให้เราสามารถป้องกันและรับมือกับการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ การรักษาสุขอนามัยที่ดี การใช้ยาปฏิชีวนะอย่างถูกต้อง และการใช้เทคโนโลยีฆ่าเชื้อขั้นสูงอย่าง Wellis Air ในสภาพแวดล้อมที่เสี่ยง สามารถป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ MRSA ในชุมชนและสถานพยาบาล

หากมีข้อสงสัยหรือพบอาการที่น่าสงสัยควรปรึกษาแพทย์โดยเร็วที่สุด เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาที่เหมาะสม การเฝ้าระวัง การป้องกันที่ดี และการใช้เครื่องฆ่าเชื้อโรค Wellis Air ในสถานที่ที่มีความเสี่ยงสูง จะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและการแพร่กระจายของเชื้อ MRSA ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ติดต่อรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญหรือเลือกซื้อ Wellis Air ได้แล้ววันนี้

Line OA: @wellisthailand

Facebook: Wellis Thailand Official 

Messenger: Wellis Thailand Official 

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: 081-559-8555

Leave a Reply

LINE

แชทกับผู้เชี่ยวชาญ

081-559-8555

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

Messenger

แชทกับผู้เชี่ยวชาญ

line